เป็นเรื่องเกี่ยวกับแนวคิดของ Opensource แปลโดยคุณ thep แห่ง debianclub ได้ลิ้งมานานแล้ว ที่จริงได้ลิ้งมานานละ แต่พึ่งมีเวลาอ่าน ลองอ่านได้ที่นี่
tech
เป็นมานานละ ตอนแรกนึกว่ามีคนแอบเอาโดเมนเราไป register แต่หลังจากงมๆไปซักพักถึงได้พบความจริงว่าอะไรที่เป็น .info จะใช้ไม่ได้เลย เลยลองไปค้นที่ Blogger Google Groups ก็เลยพบว่ามีคนเจอปัญหาเดียวกันเยอะเหมือนกัน
เซ็งเหมือนกัน เพราะผมเองก็มีแต่โดเมน .info ที่เป็นของส่วนตัว ก็รออยู่ว่า Google เืมื่อไหร่จะแก้ แต่ดูท่าทางจะจงใจมากกว่านะ คงมีปัญหาด้านธุรกิจอะไรซักอย่าง เพราะปัญหาแค่นี้มันแก้ไม่ยากเลย
เพิ่มเติม ที่นี่ ที่นี่ และ ที่นี่
เซ็งเหมือนกัน เพราะผมเองก็มีแต่โดเมน .info ที่เป็นของส่วนตัว ก็รออยู่ว่า Google เืมื่อไหร่จะแก้ แต่ดูท่าทางจะจงใจมากกว่านะ คงมีปัญหาด้านธุรกิจอะไรซักอย่าง เพราะปัญหาแค่นี้มันแก้ไม่ยากเลย
เพิ่มเติม ที่นี่ ที่นี่ และ ที่นี่
ปีหนึ่งสอน C# แต่พอปีสองใช้ Java เรียนหมด ทั้ง OOP และ ADT
แถมไม่มีการสอนใหม่ด้วย ให้ไปหัดเอาเอง !?!?...
ทำไมไม่เรียน Java ตั้งแต่ปีหนึ่งเลยล่ะฟะ...
พึ่งจะเข้าใจความรู้สึกที่คนไม่ชอบ Java กันก็ตอนนี้แหละ
แค่ Hello World ยังทำไม่ได้เลยตอนนี้ ทั้ง Eclipse ทั้ง
NetBeans ก็ใช้ยากพอกัน ยิ่ง Eclipse นี่แค่จะดาวน์โหลด
ยังปวดหัวเลย มีให้เลือกเป็นสิบๆอันเลือกไม่ถูกว้อย
แถมวิชา OOP ก็นัดเรียนตอนกลางคืนอีก ทำแลบกันหกโมง
ยันสามทุ่ม รุ่นพี่ก็บอกกันว่าปกติแล้วจะเสร็จกันตอนเกือบๆห้าทุ่ม
กลับบ้านดึกกันจนเป็นเรื่องปรกติ เฮ้อ...
ป.ล. ไว้ว่างๆจะมาเขียนเรื่อง eXceed กับ Freshy camp - -"
แถมไม่มีการสอนใหม่ด้วย ให้ไปหัดเอาเอง !?!?...
ทำไมไม่เรียน Java ตั้งแต่ปีหนึ่งเลยล่ะฟะ...
พึ่งจะเข้าใจความรู้สึกที่คนไม่ชอบ Java กันก็ตอนนี้แหละ
แค่ Hello World ยังทำไม่ได้เลยตอนนี้ ทั้ง Eclipse ทั้ง
NetBeans ก็ใช้ยากพอกัน ยิ่ง Eclipse นี่แค่จะดาวน์โหลด
ยังปวดหัวเลย มีให้เลือกเป็นสิบๆอันเลือกไม่ถูกว้อย
แถมวิชา OOP ก็นัดเรียนตอนกลางคืนอีก ทำแลบกันหกโมง
ยันสามทุ่ม รุ่นพี่ก็บอกกันว่าปกติแล้วจะเสร็จกันตอนเกือบๆห้าทุ่ม
กลับบ้านดึกกันจนเป็นเรื่องปรกติ เฮ้อ...
ป.ล. ไว้ว่างๆจะมาเขียนเรื่อง eXceed กับ Freshy camp - -"
หลังจากทำความรู้จักกับ Java มาได้อาทิตย์นึง วันนี้ระหว่างเรียน OOP เลยคุ้ยๆเล่น ก็เจอ jdk binary ที่ไว้ compile/run ได้อยู่หลายตัว เลยเอามาลองเล่นๆดู
หลักๆก็มีโปรแกรมอยู่สองตัวคือ java.exe กับ javac.exe ตัว java.exe นั่นเอาไว้รัน ส่วน javac.exe เอาไว้ compile วิธีก็ง่ายๆเลยเวลา compile ก็สั่ง javac classname.java ส่วนตอนรันก็สั่ง java classname
วิธีเซ็ทลงใน editplus ก็
หลักๆก็มีโปรแกรมอยู่สองตัวคือ java.exe กับ javac.exe ตัว java.exe นั่นเอาไว้รัน ส่วน javac.exe เอาไว้ compile วิธีก็ง่ายๆเลยเวลา compile ก็สั่ง javac classname.java ส่วนตอนรันก็สั่ง java classname
วิธีเซ็ทลงใน editplus ก็
- Tools > Preferences > User tools
- กด Group name แล้วใส่ไรก็ได้
- Add Tools >> Program ส่วนช่องข้างล่างกรอก...
- Menu text: Run Java
- Command: ใส่ path ไปที่ตัว java.exe ปกติมักจะอยู่ใน C:\Windows\System32\java.exe หรือไม่ก็ใน C:\Program Files\Java\<version>\bin\java.exe ลองหาดูละกัน
- Argument: $(FileNameNoExt)
- Initial dir: $(FileDir)
- Add Tools >> Program อีกที กรอกตามนี้
- Menu text: Compile Java
- Command: ใส่ path ไปที่ตัว javac.exe ซึ่งจะอยู่ใน C:\Program Files\Java\<version>\bin\javac.exe
- Argument: -verbose "$(FilePath)"
- Initial dir: $(FileDir)
- กด OK มาให้หมดก็ใช้ได้ละ เวลาเขียนๆแล้วจะ compile ก็กด Ctrl+2 ตอนรันก็ Ctrl+1
หลังจากเพียรพยายามโหลด Debian แบบ DVD มาสามวัน ในที่สุดแผ่น 1 ก็โหลดเสร็จเมื่อตอนบ่ายๆของวันนี้ (แผ่นเดียวก็เพียงพอแล้ววว)
เผื่อบางคนสงสัย. Debian ก็คือ Linux OS ตัวหนึ่ง ที่เป็นต้นน้ำของ Linux Distro. ดังๆจำนวนมากทุกวันนี้ เช่น Ubuntu. (รายละเอียดเพิ่มเติมเป็นภาษาไทย)
กลับมาบ้านรีบเอามาลองลงกับ Laptop เครื่องเก่า บูทครั้งแรกก่อนจะติดตั้งก็มีปัญหาเลย พอถึงจุดที่ควรจะโหลดตัว Setup ได้แล้วมันกลับดำมืดสนิทไป อาการแบบนี้เจอบ่อย เป็นเพราะ frame buffer driver ก็เลยจัดการบูทใหม่ ใส่ command line ไป install fb=false แล้วก็บูทเข้า Setup ได้ตามปกติ
ระหว่าง Setup ตอนไปถึงขั้นตอนแบ่ง Partition ก็เลือกแบ่งแบบ Manual ที่ทำประจำ พอกดเข้าไป... เฮ้ยยย มีแต่ NTFS สองอันเต็ม HDD เลย เราลืม Resize NTFS รอไว้นี่หว่า... ก็เลยเป็นอันต้องยกเลิกทั้งหมด บูทกลับไปเข้า Windows ไปจัดการแบ่งที่ว่างมา 5 GB แล้วก็เริ่มทำการ Setup ใหม่จนเสร็จ ตอน Setup นี่เราไปเลือกให้มันลง Desktop Environment ครบเซ็ท ก็เลยต้องรอนานมาก รอมันโหลด Package ที่มี Security Update มาใหม่ ประมาณชั่วโมงกว่าๆได้ (~150 MB) หลังจากลงเสร็จก็บูทเข้า Debian ตามปกติ

Default Desktop
First Boot ผ่านไปอย่างสวยงาม หน้า Welcome Screen สวยไม่แพ้ Ubuntu. ว่าแล้วก็ Login ให้เรียบร้อย ... ดูไปดูมา มันไม่ต่างกับ Ubuntu เลยแฮะ ... แต่ก่อนเราคิดว่า Ubuntu นี่เอา Debian ไปโมจนทำให้ใช้ง่าย แต่หลังจากเล่น Debian วันนี้แล้ว ก็ตรัสรู้ว่า มันแทบไม่ต่างกันเลยยยยย
หลังจากทัวร์ดูรอบๆแล้ว รู้สึกเหมือนยังขาดอะไรอยู่... ใช่แล้ว! Wireless ยังใช้ไม่ได้... ก็ปัญหาเดิมๆครับ Wireless ของ Broadcom กับ Linux มันเป็นของที่ไม่ถูกกัน ก็จัดแจงลง bcm43xx-fwcutter แล้ว extract firmware ออกมา รีบูทก็เป็นอันเสร็จสิ้น นึกว่าจะใช้งานได้เหมือน Ubuntu ที่ไหนได้... ก็เหมือนจะใช้งานได้ปกตินะ แต่พอผ่านไปสัก 5-10 นาที อยู่ดีๆ Wireless ก็จะหลุด แล้ว Keyboard ก็จะกดไรไม่ได้เลย!! ฟังดูเป็นปัญหาที่แปลกดี แต่มันเกิดขึ้นจริงๆ! ก็ต้องใช้เมาส์สั่งรีบูทเครื่องอยู่สองสามรอบ

Iceweasel opening Exteen
หลังจากแก้ปัญหา Wireless อยู่พักใหญ่ทำยังไงก็แก้ไม่ได้ซะที ก็เลยถอดใจเสียบสายแลนเอาละกัน ลอง Iceweasel (ซึ่งมันก์คือ Firefox สำหรับ Debian) แล้วเข้าเว็บไทยๆ ก็พบปัญหาอย่างมากกับการแสดงผลและตัดคำภาษาไทย ... ซึ่งใน Ubuntu มีรึเปล่าจำไม่ได้ละ ก็จัดแจงลง libthai แล้วก็เครือๆนี้ทั้งหมด แต่ฟ้อนก็ยังไม่สวยอยู่ดี เลยแก้ปัญหาวิธีเดิมๆ... ก้อป Tahoma มาลงแล้วก็จัดการ Rebuild font cache ซะ เท่านี้ก็หมดปัญหา
ต่อไปก็ลอง Gaim (ชื่อเก่าของ Pidgin IM) ทดลองออน MSN ก็โอเค ผ่านไม่มีปัญหา เหมือนกับใน Ubuntu เป้ะ เลยขี้เกียจลองเพราะใช้บ่อยแล้ว ต่อไปก็ลอง OpenOffice มาถึงตอนนี้ทำให้นึกได้ว่า เรายังไม่ได้ลงภาษาไทยเลยนี่หว่า!! ก็เลยจัดการลง Layout Thai ซะ ตั้งให้เปลี่ยนภาษาได้ทั้งปุ่ม Alt - Shift กับ Caps Lock แล้วก็ลองพิมพ์ภาษาไทยดู ก็ใช้ได้ดีไม่มีปัญหา
ปัญหาสุดท้ายของ Linux ก็คือการฟัง MP3 มันช่างเป็นอะไรที่ยากเย็นเหลือเกิน (เนื่องจาก Format MP3 มันมีสิทธิบัตรไรสักอย่าง ทำให้ Linux ไม่สามารถแนบตัวนี้มาด้วยได้) เท่าที่ลองกับโปรแกรมที่ติดมาตอนลง Debian ยังไม่มีตัวไหนฟัง MP3 ได้ สมัยตอนใช้ Ubuntu ก็ต้องลง VLC พร้อม Plugin มหาศาลของมันจึงจะฟังได้ Debian ก็คงเหมือนกัน แต่ตอนนี้เนทช้าขี้เกียจลง เอาไว้วันหลังละกัน

File Manager
ถึงตอนนี้ก็ไม่รู้จะลองอะไรแล้ว เท่าที่ดูรวมๆก็แทบไม่ต่างจาก Ubuntu เลย ก็เลยเริ่ม Capture ภาพหน้าจอเล่น แล้วก็คัดมาลงอย่างที่เห็นเนี่ยแหละ เสร็จแล้วก็ไปลง Driver การ์ดจอ ATI , Upgrade Kernel แล้วก็แก้ grub/menu.lst นิดหน่อยเพื่อเปลี่ยนลำดับการบูทก็เป็นอันเสร็จสิ้น ไว้วันไหนอยากเล่น Debian ก็ค่อยกลับไปเล่นละกัน
เผื่อบางคนสงสัย. Debian ก็คือ Linux OS ตัวหนึ่ง ที่เป็นต้นน้ำของ Linux Distro. ดังๆจำนวนมากทุกวันนี้ เช่น Ubuntu. (รายละเอียดเพิ่มเติมเป็นภาษาไทย)
กลับมาบ้านรีบเอามาลองลงกับ Laptop เครื่องเก่า บูทครั้งแรกก่อนจะติดตั้งก็มีปัญหาเลย พอถึงจุดที่ควรจะโหลดตัว Setup ได้แล้วมันกลับดำมืดสนิทไป อาการแบบนี้เจอบ่อย เป็นเพราะ frame buffer driver ก็เลยจัดการบูทใหม่ ใส่ command line ไป install fb=false แล้วก็บูทเข้า Setup ได้ตามปกติ
ระหว่าง Setup ตอนไปถึงขั้นตอนแบ่ง Partition ก็เลือกแบ่งแบบ Manual ที่ทำประจำ พอกดเข้าไป... เฮ้ยยย มีแต่ NTFS สองอันเต็ม HDD เลย เราลืม Resize NTFS รอไว้นี่หว่า... ก็เลยเป็นอันต้องยกเลิกทั้งหมด บูทกลับไปเข้า Windows ไปจัดการแบ่งที่ว่างมา 5 GB แล้วก็เริ่มทำการ Setup ใหม่จนเสร็จ ตอน Setup นี่เราไปเลือกให้มันลง Desktop Environment ครบเซ็ท ก็เลยต้องรอนานมาก รอมันโหลด Package ที่มี Security Update มาใหม่ ประมาณชั่วโมงกว่าๆได้ (~150 MB) หลังจากลงเสร็จก็บูทเข้า Debian ตามปกติ

Default Desktop
First Boot ผ่านไปอย่างสวยงาม หน้า Welcome Screen สวยไม่แพ้ Ubuntu. ว่าแล้วก็ Login ให้เรียบร้อย ... ดูไปดูมา มันไม่ต่างกับ Ubuntu เลยแฮะ ... แต่ก่อนเราคิดว่า Ubuntu นี่เอา Debian ไปโมจนทำให้ใช้ง่าย แต่หลังจากเล่น Debian วันนี้แล้ว ก็ตรัสรู้ว่า มันแทบไม่ต่างกันเลยยยยย
หลังจากทัวร์ดูรอบๆแล้ว รู้สึกเหมือนยังขาดอะไรอยู่... ใช่แล้ว! Wireless ยังใช้ไม่ได้... ก็ปัญหาเดิมๆครับ Wireless ของ Broadcom กับ Linux มันเป็นของที่ไม่ถูกกัน ก็จัดแจงลง bcm43xx-fwcutter แล้ว extract firmware ออกมา รีบูทก็เป็นอันเสร็จสิ้น นึกว่าจะใช้งานได้เหมือน Ubuntu ที่ไหนได้... ก็เหมือนจะใช้งานได้ปกตินะ แต่พอผ่านไปสัก 5-10 นาที อยู่ดีๆ Wireless ก็จะหลุด แล้ว Keyboard ก็จะกดไรไม่ได้เลย!! ฟังดูเป็นปัญหาที่แปลกดี แต่มันเกิดขึ้นจริงๆ! ก็ต้องใช้เมาส์สั่งรีบูทเครื่องอยู่สองสามรอบ

Iceweasel opening Exteen
หลังจากแก้ปัญหา Wireless อยู่พักใหญ่ทำยังไงก็แก้ไม่ได้ซะที ก็เลยถอดใจเสียบสายแลนเอาละกัน ลอง Iceweasel (ซึ่งมันก์คือ Firefox สำหรับ Debian) แล้วเข้าเว็บไทยๆ ก็พบปัญหาอย่างมากกับการแสดงผลและตัดคำภาษาไทย ... ซึ่งใน Ubuntu มีรึเปล่าจำไม่ได้ละ ก็จัดแจงลง libthai แล้วก็เครือๆนี้ทั้งหมด แต่ฟ้อนก็ยังไม่สวยอยู่ดี เลยแก้ปัญหาวิธีเดิมๆ... ก้อป Tahoma มาลงแล้วก็จัดการ Rebuild font cache ซะ เท่านี้ก็หมดปัญหา
ต่อไปก็ลอง Gaim (ชื่อเก่าของ Pidgin IM) ทดลองออน MSN ก็โอเค ผ่านไม่มีปัญหา เหมือนกับใน Ubuntu เป้ะ เลยขี้เกียจลองเพราะใช้บ่อยแล้ว ต่อไปก็ลอง OpenOffice มาถึงตอนนี้ทำให้นึกได้ว่า เรายังไม่ได้ลงภาษาไทยเลยนี่หว่า!! ก็เลยจัดการลง Layout Thai ซะ ตั้งให้เปลี่ยนภาษาได้ทั้งปุ่ม Alt - Shift กับ Caps Lock แล้วก็ลองพิมพ์ภาษาไทยดู ก็ใช้ได้ดีไม่มีปัญหา
ปัญหาสุดท้ายของ Linux ก็คือการฟัง MP3 มันช่างเป็นอะไรที่ยากเย็นเหลือเกิน (เนื่องจาก Format MP3 มันมีสิทธิบัตรไรสักอย่าง ทำให้ Linux ไม่สามารถแนบตัวนี้มาด้วยได้) เท่าที่ลองกับโปรแกรมที่ติดมาตอนลง Debian ยังไม่มีตัวไหนฟัง MP3 ได้ สมัยตอนใช้ Ubuntu ก็ต้องลง VLC พร้อม Plugin มหาศาลของมันจึงจะฟังได้ Debian ก็คงเหมือนกัน แต่ตอนนี้เนทช้าขี้เกียจลง เอาไว้วันหลังละกัน

File Manager
ถึงตอนนี้ก็ไม่รู้จะลองอะไรแล้ว เท่าที่ดูรวมๆก็แทบไม่ต่างจาก Ubuntu เลย ก็เลยเริ่ม Capture ภาพหน้าจอเล่น แล้วก็คัดมาลงอย่างที่เห็นเนี่ยแหละ เสร็จแล้วก็ไปลง Driver การ์ดจอ ATI , Upgrade Kernel แล้วก็แก้ grub/menu.lst นิดหน่อยเพื่อเปลี่ยนลำดับการบูทก็เป็นอันเสร็จสิ้น ไว้วันไหนอยากเล่น Debian ก็ค่อยกลับไปเล่นละกัน